FROM MONET TO KANDINSKY

ท่องโลกศิลปะแบบมัลติมีเดีย

ว่ากันว่า นอกจากจะเป็นเครื่องจรรโลงจิตใจเพื่อความรื่นรมย์ในชีวิตแล้ว ศิลปะยังเป็นสิ่งหนึ่งซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงวัฒนธรรมและวิถีชีวิตผู้คนในแต่ละยุคสมัย ศิลปินใช้ศิลปะเป็นสื่อแสดงออกซึ่งทัศนคติของตนเองในด้านต่างๆ ทั้งในแง่ปัจเจ กอย่างความรักและบอกเล่าเรื่องราวชีวิตแบบส่วนตัว ไปจนถึงการวิพากษ์วัฒนธรรม การเมือง และเรื่องราวในสังคมแบบมหภาค การได้มีโอกาสชื่นชมผลงานศิลปะที่สร้างสรรค์โดยศิลปินระดับมาสเตอร์ จึงเป็นเสมือนการศึกษาประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมในหลายๆ ด้าน นอกเหนือจากเพื่อจรรโลงจิตใจอย่างที่กล่าวมาแล้วข้างต้น แต่การจะดั้นด้นไปชมชิ้นงานต้นฉบับที่กระจัดกระจายอยู่ตามหอศิลป์และพิพิธภัณฑ์ในแต่ละมุมโลกนั้นก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ถ้ามีงานศิลปะของศิลปินเอกระดับโลกที่รวบรวมมาไว้ให้ได้ชมในที่เดียวก็คงจะดีไม่น้อย

เรื่องดีใจคือตอนนี้เรามีโอกาสอย่างที่ว่าแล้ว ถึงจะไม่ใช่ชิ้นงานต้นฉบับจริงที่อวดฝีแปรงบนพืนผ้าใบอย่างที่ติดอยู่บนผนัง Louvre Museum ที่ปารีส หรือ Rijks ที่อัมสเตอร์ดัม แต่การจัดแสดงผลงานของ 16 ศิลปินเอกผู้บุกเบิกศิลปะสมัยใหม่ (Modern Art) ในเมืองไทยครั้งนี้ มีรูปแบบการนำเสนอที่แปลกออกไป และมีความน่าสนใจไม่ใช่เล่น เพราะเป็นการนำเสนอผ่านสื่อมัลติมีเดียสมัยใหม่ ถือเป็นการชุบชีวิตให้กับงานศิลปะมาสเตอร์พีซ และปลุกศิลปินระดับมาสเตอร์ให้ลุกขึ้นมาบอกเล่าเรื่องราวในจินตนาการของแต่ละคนให้เราฟังกัน ด้วยภาษาภาพที่ฉายผ่านโปรเจ็คเตอร์ระบบ HD ลงบนผนังของอาร์ซีบี แกลเลอเรีย บนชั้น 2 ของศูนย์การค้าริเวอร์ ซิตี้ ซึ่งเป็น Contemporary Art Space คลอไปกับเสียงบรรเลงของดนตรีคลาสสิกรื่นหู ภายใต้ชื่อนิทรรศการว่า “FROM MONET TO KANDINSKY” ซึ่งผลิตโดย VISION MULTIMEDIA PROJECTS บริษัทระดับอินเตอร์ที่เชี่ยวชาญด้านโปรเจ็กต์งานนิทรรศการในรูปแบบมัลติมีเดียอันทันสมัย เทคโนโลยีต่างๆ ที่ใช้ในการสร้างสรรค์นิทรรศการ ประกอบด้วยกราฟิก แน่นอนว่าเราไม่ไปคนเดียวแต่ยังชวนหนุ่มแพนคิลเลอร์อย่าง ‘ฮอน – คงศิลป์ ล้อเลิศรัตนะ’ มาเดทกับเราในลุคแคชช่วลดูสบายๆ จาก PAINKILLER atelier ในครั้งนี้ด้วย


อนิเมชั่น เครื่องฉายภาพที่คมชัดและทันสมัย รวมถึงจอขนาดใหญ่และระบบเสียงโดยรอบ ซึ่งเคยจัดเป็นนิทรรศการในต่างประเทศและประสบความสำเร็จมาแล้ว ทั้งในรัสเซีย ยุโรป ออสเตรเลียและแถบอเมริกาเหนือ

ภาพของงานศิลปะชิ้นเอกทั้งหมดถูกร้อยเรียงเรื่องราวเข้าไว้ด้วยกราฟฟิกอนิเมชั่น ที่นำองค์ประกอบจากภาพของศิลปินแต่ละคน มาจัดวางเรื่องราวและเรียงลำดับต่อเนื่องกันไปอย่างไหลลื่น ไม่ว่าจะเป็นจุดและหยดสีนับร้อยนับพันที่ประกอบขึ้นมาเป็นภาพเขียนของ Paul Signac, ทีแปรงที่ปาดป้ายอย่างห้าวหาญของ Vangoh, หญิงสาวในท่วงท่าการการร่ายรำบัลเล่ต์ที่งดงาม ของ Edgar Degas, การไล่จับแสงมาระบายบนผืนผ้าใบของ Monet หรือการเล่นล้อกับเส้นสีและระนาบของ Piet Mondrain ขณะที่ Kandinsky ตัดทอนรายละเอียดทุกอย่างตรงหน้าจนเหลือเพียงแค่เส้นและจุด เหมือนกับคำพูดของเขาที่ว่า “ทุกสิ่งทุกอย่างเริ่มต้นจากจุด”

ห้องจัดแสดงงานภายในแบ่งออกเป็นสามส่วนด้วยกัน ส่วนแรกเป็นการนำเสนอประวัติคร่าวๆของศิลปินที่มีผลงานมาจัดแสดงในนิทรรศการ FROM MONET TO KANDINSKY ทั้งหมด คือ โคลด โมเนต์ (Claude Monet) เอ็ดการ์ เดอกาส์ (Edgar Degas) พอล โกแก็ง (Paul Gaugin) อ็องรี รูสโซ (Henri Rousseau)  อ็องรี ตูลูส-โลเทร็ค (Henri Toulouse-Lautrec) กุสตาฟ คลิมท์ (Gustav Klimt) พอล ซีญัค (Paul Signac)
ปีด โมนดรียาน (Piet Mondrian) อเมเดโอ โมดิกลิอานี (Amedeo Modigliani) วินเซนต์ แวนโก๊ะ (Vincent van Gogh) ปิแอร์ ออกุสต์ เรอนัวร์ (Pierre Auguste Renoir) ฮวน กรี (Juan Gris) พอล เคล (Paul Klee) เอ็ดเวิร์ด มุงค์ (Edvard Munch) คาซิมีร์ มาเลวิช (Kazimir Malevich) และวาซิลี คันดินสกี (Wassily Kandinsky) ซึ่งล้วนแต่เป็นศิลปินหัวหอกของศิลปะสมัยใหม่ ในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 และต้นศตวรรษที่ 20 ซึ่งเป็นยุคสมัยแห่งการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ ทั้งการปฏิวัติอุตสาหกรรม ความขัดแย้งทางการเมืองและสงคราม ตลอดจนถึงความเบื่อหน่ายต่อขนบเดิมๆ ศิลปินเหล่านี้จึงได้พยายามค้นหาความหมายใหม่ให้กับงานของตัวเอง ด้วยการทดลองทางศิลปะในแบบเฉพาะของแต่ละคน นำมาซึ่งความเคลื่อนไหวต่างๆ เกิดเป็นกลุ่มลัทธิศิลปะสมัยใหม่ หรือ Modern Art อันได้แก่ กลุ่มลัทธิอิมเพรสชั่นนิสม์ (Impressionism) เอ็กซเพรสชั่นนิสม์ (Expressionism) ศิลปะนามธรรม (Abstract Art) กลุ่มลัทธิเซอร์เรียลลิสม์ (Surrealism) และกลุ่มลัทธิอนุตรนิยม หรือซูพรีมาติสม์ (Suprematism)

ห้องแสดงผลงานมัลติมิเดียมีสองห้อง ห้องซ้ายเป็นห้องจัดแสดงขนาดใหญ่ จัดวางม้านั่งให้นั่งชมงาน พร้อมมีพื้นให้ยืนหรือเดินชมรอบๆ ส่วนห้องขวามือเป็นห้องขนาดเล็กกว่า จัดวางเบาสำหรับนั่งเอนชมงานกันแบบชิลล์ๆ แต่งานที่จัดแสดงทั้งสองห้องเหมือนกัน แล้วแต่ว่าใครถูกจริตแบบไหนก็เลือกดูกัน ผลงานของศิลปินทั้งหมดจะถูกฉายวานไปทั้งวัน เริ่มตั้งแต่ 10.00 น.-22.00 น.  ถ้านั่งดูให้ครบทั้ง 16 คนก็กินเวลาประมาณชั่วโมงเศษ  แต่เป็นหนึ่งชั่วโมงที่ผ่านไปอย่างรวดเร็วด้วยความเพลิดเพลิน แค่ได้นั่งนิ่งๆ ปล่อยความคิดและจิตใจให้จมดิ่งไปกับจินตนาการของศิลปินแต่ละคน ก็เป็นความสุขสงบอย่างประหลาด และเชื้อเชิญให้ได้มาสัมผัสกัน

นิทรรศการ From Monet to Kandinsky เปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าชมวันที่ 26 เมษายน
– 31 กรกฎาคม หลังจากนั้นจะเปลี่ยนเป็น นิทรรศการ Italian Renaissance ซึ่งเป็นการนำเสนอแบบมัลติมีเดียเช่นเดียวกัน เปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าชมวันที่ 8 สิงหาคม – 31 ตุลาคม


Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.