OATSXPAINKILLER

#PAINKILLERpromenade ชวนคุณไปสัมผัสกับเสน่ห์ของกรุงเทพในย่านต่างๆ Chapter แรกนี้เรายังได้สองหนุ่ม Oats พาเราไปสำรวจมุมสบายๆ กลางเมืองแบบ One Day Trip

วันหยุดไหนใครๆ ก็อยากไปเที่ยว แต่ถ้าเวลาไม่เอื้ออำนวย ก็ใช่ว่าเราจะไปเที่ยวไหนไม่ได้ ลองมองหาสถานที่ใกล้ตัวที่ไม่ต้องเสียเวลาเดินทางไปไหนไกลๆ ดู บางทีอาจจะได้ค้นพบอะไรใหม่ๆ ที่ซุกซ่อนอยู่ใกล้บ้านพร้อมแรงบันดาลใจอีกมากมาย อย่างที่สองหนุ่มเพื่อนซี้บล็อกเกอร์ท่องเที่ยวเชิงไลฟ์สไตล์ เจ้าของอินตาแกรม oattsu หรือ โอ๊ตซึ เฉลิมพล อัครภิญโญสกุล และ oatnarongrit โอ๊ต ณรงค์ฤทธิ์ ศรีตลานันท์ แห่งเพจ Oatsxsomewhere ที่จะพาเรามาใช้ชีวิตหนึ่งวันพักผ่อนเต็มๆ ใจกลางเมืองกรุงย่านสุขุมวิท พร้อมพูดคุยแบบสบายๆ กับ Painkillerlife

Painkiller Life: ไปมายังไงทำไมถึงได้มาทำบล็อก เริ่มมาจากตรงไหน แล้วทำมานานหรือยัง

Oat: ทำมาประมาณสองปีครึ่ง เริ่มต้นมาจากการที่เราเป็นเพื่อนกัน ทำงานที่ออฟฟิศเดียวกัน ตอนนั้นเพิ่งจบใหม่ๆ ชวนกันไปเที่ยวทริปแรกที่ไต้หวัน  หลังจากนั้นก็โพสต์รูปในไอจีส่วนตัวกันตามปกติ แล้วมีแม็กกาซีนฉบับหนึ่งติดต่อมาให้ทำคอลัมน์ท่องเที่ยว เป็น contributor เล็กๆ แล้วในคอล้มน์นั้นเราต้องเลือกภาพประมาณ 15 ภาพไปลง พอลงเสร็จแล้ว เรารู้สึกว่ามันยังมีอีกหลายๆภาพที่สวยงาม เราก็เลยโอเค ทำเพจดีกว่า คนจะได้เห็น ก็เริ่มต้นมาจากตรงนั้น 

Oattsu: ประกอบกับเวลาเราไปเที่ยว แล้วพอกลับมาเพื่อนๆ ที่ออฟฟิศก็อยากรู้ว่าไปไหนมา เป็นยังไง อยู่ยังไง เพื่อนๆ ก็บอกว่าทำรีวิวเลยสิ จะได้ตามรีวิวเลย ไม่ต้องถามเยอะ

Painkiller Life: พอทำแล้วฟีดแบ็คเป็นยังไงบ้าง

Oattsu: ฟีดแบ็คดีครับ ตอนแรกเราไม่ได้ตั้งเป้าว่าจะเป็นที่รู้จักอะไรขนาดนั้น แค่ทำเพื่อแชร์ในกลุ่มเพื่อนมากกว่า คือให้เพื่อนดูเพื่อที่จะไปตามทริปเราได้ อย่างทริปไต้หวันที่โพสต์ไป สัปดาห์แรกยอดฟอลโลว์เพจก็ขึ้นมาเป็นหมื่น ก็ตื่นเต้นและตกใจ เพราะไม่เคยเจออะไรแบบนี้ หลังจากนั้นมีอะไรก็ค่อยๆ ทยอยลงมาเรื่อยๆ ก็มาคนตามเยอะขึ้น

Painkiller Life: ทำไมถึงใช้ชื่อเพจว่า Oatsxsomewhere

Oat: ที่มาจริงๆคือ เราชื่อเหมือนกัน โอ๊ตกับโอ๊ต แล้วตอนไปไต้หวัน เราคิดกันว่ามีแฮชแท็กดีกว่า  ก็เลยใช้แฮชแท็กว่า Oat เติม s แล้วก็ x ไต้หวัน พอจะทำเพจก็คิดกันนานมากว่าจะใช้ชื่ออะไรดี โอ๊ตซึเขาก็นึกขึ้นได้ว่าเอาอันนี้เป็นชื่อเพจดีกว่า เลยกลายเป็น Oats x กับ somewhere คือเหมือนเราไปในแต่ละที่ไปเรื่อยๆ ประมาณ โอ๊ตไปนั่นไปนี่

Painkiller Life: แล้วตอนนี้แต่ละคนทำงานประจำอะไรกันบ้าง

Oat: ผมทำแเอเจนซี่  เป็นแบรนดิ้งคอนซัลแทนต์

Oattsu: ตอนนี้โอ๊ตเป็นฟรีแลนซ์ครับ ทำพวกโซเชียลมีเดีย ทำคอนเท้นต์ให้กับแบรนด์ต่างๆ

Painkiller Life: ปกติเห็นคนทั่วไปเขาไปท่องเที่ยวหรือไปพักตามต่างประเทศ ต่างจังหวัด ทำไมเราถึงเลือกที่จะมาพักในกรุงเทพฯ ถ้าไม่ได้ทำเพจทำบล็อกแล้วเราจะมาพักกันอย่างนี้ไหม

Oat: ไปครับ มันเป็นการเปลี่ยนบรรยากาศ ผมว่าเวลาเราอยู่ในที่เดิมๆ อย่างอยู่ในบ้าน มันก็จะได้ฟีลลิ่งเดิมๆ แต่พอเราทำงานที่เป็นงานดีไซน์ งานครีเอทีฟหรืองานที่ต้องคิดอะไรใหม่ๆ  การเปลี่ยนที่อยู่สักวันสองวันก็ให้มู้ดใหม่ๆ ให้ไอเดียใหม่ๆ เราได้ ได้มองเห็นสิ่งใหม่ๆ

Oattsu: สำหรับโอ๊ต แต่ละวันเราใช้ชีวิตปกติวุ่นวายแต่ในกรุงเทพฯ อยู่แล้ว ถ้าถามว่าทำไมวันหยุดถึงยังเลือกที่จะมาพักในกรุงเทพฯ อีก ก็อาจจะเป็นเพราะว่าบางทีเราไม่ได้มีเวลาว่างขนาดนั้น แต่แค่เราเปลี่ยนที่อยู่ อย่างไปอยู่ริมน้ำ หรืออยู่ในที่ที่ไม่ใช่ที่ของเรา แต่มีสิ่งที่เราชอบอยู่ล้อมรอบตัวเรา ก็น่าจะเป็นการพักผ่อนที่ทำให้เรารู้สึกดีได้ หรือบางทีเอางานมานั่งทำ ก็ช่วยในการทำงานได้ครับ

Painkiller Life: แล้วทำบ่อยไหม การพักผ่อนในกรุงเทพฯ แบบนี้

Oat: จริงๆ ก็ประมาณสองเดือนครั้ง แล้วแต่เวลาว่าง

Oattsu: คือตอนนี้ทำงานประจำทั้งสองคน อย่างโอ๊ต(ซึ) เป็นฟรีแลนซ์ แต่ก็เหมือนทำงานประจำ เพราะทำงานเป็นรูทีน เวลามีวันหยุดก็ออกต่างจังหวัดหรือไปต่างประเทศ ก็จะไม่ค่อยได้พักในกรุงเทพฯ เท่าไหร่ 

Oat: แต่ถ้าวีคไหนที่ค่อนข้างว่างหน่อยเราก็จะมองหาที่ใหม่ๆ อาจจะเป็นโรงแรมที่ดีไซน์ใหม่ๆ  หรือมีที่ไหนที่เปิดใหม่เราก็อยากจะลองไปใช้ชีวิตแถวนั้นดู

Painkiller Life: แล้ววันนี้ทำไมเลือกพาเพนคิลเลอร์มาที่ Balance Independent Private Suites นี้

Oattsu: ที่นี่อยู่ในลิสต์ที่อยากจะมาอยู่แล้ว เพราะชอบงานดีไซน์ ชอบเฟอร์นิเจอร์แบบนี้ เป็นเฟอร์นิเจอร์แนวสแกนดิเนเวียน แล้วเพิ่งกลับมาจากทริปสแกนด้วย ก็ยังอินอยู่ แล้วพอเห็นเสื้อผ้าของเพนคิลเลอร์คอลเล็กชั่นนี้ เห็นสี เห็นดีไซน์ ก็เลยคิดว่าน่าจะเข้ากับที่นี่ เพราะมีความรีแล็กซ์ สบายๆ เหมือนเสื้อผ้าของเพนคิลเลอร์ โอ๊ตว่าข้อดีของที่นี่คือเหมือนเข้ามาในบ้านของคนๆ หนึ่ง ที่ดูไม่เป็นโรงแรม เพราะรู้สึกว่าข้าวของหรือเฟอร์นิเจอร์ที่เขาใช้เป็นดีไซน์ที่ถูกเลือกมาอย่างดี เหมือนได้ของชิ้นโน้นชิ้นนี้มาจากต่างที่กัน แล้วพอเอามาประกอบเป็นบ้านเราแล้วรู้สึกว่าทุกชิ้นมันมีเรื่องราว แล้วเป็นของที่โอ๊ตชอบด้วย เหมือนเป็นของที่เคยเห็นตามที่ต่างๆ แล้วพอมาประกอบกันด้วยสีด้วยองค์ประกอบต่างๆมันดูลงตัว

Oat: ผมรู้สึกว่าแต่ละชิ้นมันเหมือนจะอยู่ด้วยกันไม่ได้ แต่พอเอามาประกอบเข้าด้วยกันแล้วมันดูลงตัว แล้วชอบงานสแกนเหมือนกัน เพราะเพิ่งไปด้วยกันมา 

Oattsu: ความพิเศษของที่นี่คือโอ๊ตรู้สึกว่ามันเหมือนบ้านจริงๆ เพราะมีส่วนลีฟวิ่งและไดน์นิ่งที่ใหญ่มาก ซึ่งเราอาจจะชวนเพื่อนมาทานข้าวหรือทำอาหารกินกัน ก็น่าจะสนุกดี 

Painkiller Life: แล้วคาเฟ่ Simple natural kitchen ข้างล่างล่ะ

Oat: ร้านอาหารเล็กๆ ข้างล่าง Balance suite ที่เราลงมาทาน Brunch กัน บรรยากาศอนอุ่น เป็นอาหารเช้าแบบง่ายๆ มีหลายเมนูที่เราชอบเลย มีเมนูนึงที่เค้ารวมทุกอย่างที่เราชอบมาไว้ในจอนเดียว คือกระทะร้อนที่มีข้าวโพด ไข่ดาว เบค่อน มันฝรั่งและขนมปัง ฝังแล้วอาจจะดูทำง่ายทำได้เองที่บ้านนะ แต่เราคงไม่ตื่นขึ้นมาทำแน่ วันหยุดแบบนี้ตื่นสายๆ มาทานอะไรที่ชอบ ได้ดื่มกาแฟดีดี อยู่ในที่บรรยากาศสบายๆ เป็นธรรมชาติ ไม่ปรุงแต่ง เป็นวันหยุดพักผ่อนที่ดีมากๆ

…………………………………………………………………………………………………………

เห็นไหมว่าวันเดียวก็เที่ยวได้ คำแนะนำจากสองโอ๊ต คงพอทำให้เห็นมุมมอง ข้อดี และไอเดียในการเลือกพักผ่อนสถานที่ใกล้บ้านที่เราอาจจะมองข้ามไป มีเวลาแค่วันหรือสองวัน เราก็ยังสามารถพาตัวเองไปพบกับประสบการณ์ใหม่ๆที่จะสร้างแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิตและการทำงาน ถ้าอยากรู้จักสถานที่ใหม่ๆเพิ่มเติม ลองเลือกคลิกฟอลโลว์สองโอ๊ตนี่ได้ตามช่องทางโซเชียลมีเดียด้านล่าง ส่วนถ้าใครอยากตามรอยไปพักที่ Balance Independent Private Suites ก็สามารถเข้าไปจองห้องพักได้ที่เว็บไซต์ของ airbnb ได้เลย

เว็บไซต์ https://oatsxsomewhere.com/

เฟซบุ๊ก https://www.facebook.com/oatsxsomewhere/

อินสตาแกรม Oatsxsomewhere

Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.