Happy Chinese New Year

8 เรื่องควรรู้ในวันตรุษจีน

ปีใหม่สากลเพิ่งผ่านมาได้ไม่นาน ก็ใกล้จะถึงวันปีใหม่จีนหรือวันตรุษจีน ซึ่งในปีนี้ตรงกับวันเสาร์ที่ 25 มกราคม 2563 ถือว่าเป็นวันที่มีความสำคัญมากกับคนคนไทยเชื้อสายจีน และชาวจีนในทุกมุมโลก เพราะทุกวันนี้ถือว่าวัฒนธรรมในแต่ละชนชาติได้แผ่ขยายออกในวงกว้าง คนไทยเองก็ได้ชื่อว่าเป็นบ้านพี่เมืองน้องกับคนจีน หลายๆ คนก็สืบเชื้อสายมาจากคนจีน วัฒนธรรมไทย-จีน เจริญเติบโตและสืบทอดควบคู่กันมาจนถึงปัจจุบัน บ้างก็หลอมรวมไปด้วยกัน แต่เชื่อว่าคนไทย หรือแม้แต่คนไทยเชื้อสายจีนหลายคนในปัจจุบัน อาจจะยังไม่ทราบหรือเข้าใจในรายละเอียดของประเพณีตรุษจีนนี้ PAINKILLER Life รวบรวมเกร็ดความรู้ในวันตรุษจีนมาให้ได้เตรียมตัวกันแต่เนิ่นๆ  เพื่อความเข้าใจและสืบทอดไว้ซึ่งประเพณีที่ดีงาม

  1. ความเป็นมาของวันตรุษจีน

วันตรุษจีนก็คล้ายกับวันคริสต์มาสของฝรั่งหรือวันสงกรานต์ของไทย เพราะถือว่าเป็นวันเริ่มต้นปีอย่างเป็นทางการของชนเชื้อสายจีนมาแต่โบราณ ประเทศที่มีประชากรส่วนใหญ่เป็นคนจีน จะทำการหยุดงานต่อเนื่องหลายวัน ทั้งสถานที่ราชการก็หยุดให้บริการ ส่วนใหญ่จะประมาณ 3-4 วัน ในเมืองไทยเองถึงจะไม่ได้ประกาศเป็นวันหยุดอย่างเป็นทางการ แต่ห้างร้านและบริษัทหลายแห่งก็หยุดทำการในวันนี้ ใครจะทำกิจการหรือติดต่อการงานอะไรก็ต้องคอยเช็ควันเวลาเปิดทำการในช่วงนี้ให้ดี

ในอดีตเทศกาลตรุษจีน ถือว่าเป็นการฉลองเทศกาลฤดูใบไม้ผลิ เนื่องจากตลอดช่วงฤดูหนาวพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศจีนจะถุกปกคลุมด้วยหิมะ ความแห้งแล้ง และอากาศที่หนาวเหน็บจนไม่สามารถทำการเพาะปลูกได้ เมื่อฤดูหนาวสิ้นสุดลงย่างเข้าฤดูใบไม้ผลิ ซึ่งสภาพภูมิประเทศและภูมิอากาศเอื้อให้สามารถทำการเพาะปลูกได้ ชาวจีนจึงกำหนดให้วันแรกของฤดุใบไม้ผลิเป็นวันตรุษจีน ถือเป็นวันเริ่มแรกของปี เพื่อต้อนรับความอุดมสมบูรณ์ที่กำลังจะมาถึง 

2. เทศกาลแห่งงานเฉลิมฉลอง

เทศกาลตรุษจีนในอดีตมีระยะเวลาการเฉลิมฉลองยาวนานถึง 15 วัน มีการเตรียมตัวเพื่อเฉลิมฉลองล่วงหน้ากันเป็นเดือนก่อนถึงวันตรุษจีน ผู้คนจะเริ่มหาซื้อของเพื่อเตรียมเฉลิมฉลอง ตั้งแต่ อาหาร เสื้อผ้า ของแต่งบ้าน ตลอดจนทำความสะอาดอาคารบ้านเรือนครั้งใหญ่ ซึ่งต้องทำก่อนตรุษจีน การทำความสะอาดปัดกวาดจะทำกันตั้งแต่ชั้นบนลงมาชั้นล่าง ในบ้านออกมานอกบ้าน ถือเป็นการปัดกวาดเอาโชคร้ายและความไม่ดีต่างๆ ออกจากบ้าน 

นอกจากการปัดกวาดทำความสะอาดอาคารบ้านเรือนครั้งใหญ่แล้ว  ประตูหน้าต่างบ้านเรือนก็ต้องมีการทาสีใหม่ หรือประดับประดาตกแต่งด้วยกระดาษที่มีคำอวยพรอันเป็นมงคลต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ความมั่งมีศรีสุข ร่ำรวยเงินทอง สุขภาพกายใจแข็งแรง อายุยั่งยืนยาว คำอวยพรมงคลที่เขียนบนกระดาษสีแดงนี้เรียกว่า “ตุ๊ยเลี้ยง”  ส่วนภาพเด็กผู้หญิงและเด็กผู้ชายที่อาจจะคุ้นตากัน เรียกว่า “หนี่อ่วย” ถือเป็นภาพมงคลที่นำมาติดประดับที่บ้านเช่นกัน

ในเช้าวันตรุษจีนให้มีการไหว้บรรพบุรุษเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ครอบครัว เป็นวันที่ครอบครัวจะมารวมตัวกันอย่างพร้อมหน้า เตรียมกายเตรียมใจเพื่อเริ่มต้นปีใหม่ด้วยสิ่งดีๆ  ละเว้นความไม่ดีทั้งปวง ไม่ว่าจะเป็นการพูดจา ความโกรธเคือง ความริษยา หรือจิตอันเป็นอดติทั้งมวล

3. ของไหว้และอาหารมงคล

เรื่องของอาหารการกิน เป็นสิ่งที่สะท้อนวัฒนธรรมจีนได้อย่างเด่นชัด คนจีนให้ความสำคัญกับเรื่องปากท้อง เพราะเป็นเครื่องแสดงออกซึ่งฐานะ ความอุดมสมบูรณ์ของชีวิต ของไหว้ที่เป็นของกินจึงถูกตระเตรียมเป็นอย่างดีในวันมงคลนี้ โดยของไหว้ในเทศกาลตรุษจีน 

ส่วนของอาหารค่ำในช่วงก่อนถึงวันเทศกาลตรุษจีนประกอบไปด้วยอาหารทะเลและอาหารนึ่ง แต่ละอย่างก็ล้วนมีความหมายที่เป็นมงคลแตกต่างกันไป เช่น กุ้ง หมายถึง ชีวิตที่รุ่งเรืองและความสุข, หอยเป๋าฮื้อแห้ง หมายถึงสิ่ดี สิ่งที่เป็นมงคลทั้งหลาย, เม็ดบัว หมายถึง ลูกชาย, เกาลัด หมายถึงเงิน, ปลาสดนำมาซึ่งความโชคดี ความอุดมสมบูรณ์, ไก่ หมายถึงความเจริญก้าวหน้า และต้องยังมีหัว หาง และเท้าครบ เพื่อเป็นการแสดงถึงความอุดมสมบูรณ์, เส้นหมี่ หมายถึงชีวิตที่ยืนยาว ในการปรุงอาหารจึงไม่ต้ดเส้นหมี่, สาหร่ายดำ คือความร่ำรวย, ขนมต้มเปรียบเสมือนคำอวยพรของบรรพบุรุษ, หน่อไม้ แทนคำอวยพรให้ทุกอย่างเต็มไปด้วยความสุข, เต้าหู้ที่ทำจากถั่วแห้ง คือความร่ำรวยและความสุข ส่วนเต้าหู้ที่ทำจากถั่วสดจะไม่นำมาบริโภคในวันนี้ เพราะถั่วสดมีสีขาว ซึ่งคนจีนถือว่าเป็นสีของการไว้ทุกข์ จะนำมาซึ่งโชคร้าย นอกจากนี้ในวันรวมญาติมื้อสุดท้ายก่อนปีใหม่จะมีการร่วมโต๊ะกินเกี๊ยว เพราะรูปร่างของเกี๊ยวที่มีลักษณะคล้ายกับเงินของจีนในสมัยก่อน การกินเกี๊ยวจึงเป็นสัญลักษณ์แสดงถึงความมั่งคั่งในเงินทอง 

ช่วงเช้าของวันตรุษเป็นช่วงของการไหว้เจ้าในบ้าน หลังเที่ยงเป็นการไหว้ผีไม่มีญาติ ของไหว้มีทั้งคาวหวานมากน้อยตามฐานะ และมีข้าวสาร เกลือ เครื่องกระป๋องไว้ให้ผีไม่มีญาติพกติดตัวไป เมื่อไหว้เสร็จจะจุดประทัด และโปรยข้าวสารผสมเกลือเพื่อเป็นการขับไล่สิ่งอัปมงคล

4. ข้อห้ามในวันตรุษจีน

-ไม่พูดคำหยาบหรือคำที่ไม่เป็นมงคล หรือความหมายในทางที่ไม่ดี เช่นคำว่า “สี่” ที่พ้องเสียงกับคำว่าตาย รวมถึงเรื่องผีสาง และเรื่องเก่าๆ ในอดีต ควรพูดถึงแต่อนาคตและสิ่งดีๆ ที่จะเกิดขึ้น

-ห้ามร้องไห้ในวันปีใหม่ เพราะถือว่าจะมีเรื่องให้เสียใจไปตลอดปี

-ห้ามสระผมหรือตัดผม เพราะถือว่าเป็นการชะล้างและตัดโชคลาภออกจากตัว

-ห้ามสวมเสื้อผ้าสีขาวและสีดำ เพราะเป็นสีของการไว้ทุกข์

-ห้ามเข้าไปหาใครในห้องนอน ถือเป็นโชคร้าย ไม่ว่าคนป่วยอยู่หรือไม่ก็ตาม ต้องแต่งตัวออกมานั่งในห้องรับแขก

-ไม่ควรใช้มีดหรือกรรไกรในวันตรุษ ถือว่าเป็นการตัดโชคดี

-งดรับประทานเนื้อสัตว์ในเช้าวันแรกของปีใหม่ เพื่อเป็นการต่ออายุและนำมาซึ่งความสุขในชีวิต เนื่องจากเทพเจ้าที่เสด็จลงมาในเช้าของวันแรกเป็นมังสวิรัติ และอาหารต้องห้ามในเช้าวันแรกอีกอย่างคือโจ๊ก เพราะถือเป็นอาหารคนจน

-ห้ามกวาดบ้านในวันตรุษจีน การทำความสะอาดบ้านควรทำให้เสร็จล่วงหน้าก่อนวันตรุษจีน การกวาดบ้านในวันนี้จะถือว่าเป็นการกวาดเอาโชคลาภออกจากบ้าน แต่หากจำเป็นต้องกวาดจริงๆ ให้กวาดเข้าในบ้านแทนการกวาดออก

-ห้ามซักผ้าในวันตรุษจีน ถือเป็นการลบหลู่เทพเจ้าแห่งน้ำ

-ห้ามทำของแตก ถือเป็นลางไม่ดี บ่งบอกถึงความแตกแยก นอกจากนี้ควรเก็บข้าวของที่แตกหรือบิ่นเสียหายทิ้งไปให้หมด

-ห้ามซื้อรองเท้าใหม่ในเดือนที่มีตรุษจีน ถือเป็นลางร้าย

-ห้ามให้คนยืมเงินในวันตรุษจีน เพราะจะโดนยืมเงินทั้งปี

-วันตรุษจีน เป็นวันแห่งการเฉลิมฉลอง จึงไม่ควรทำงาน ใครทำงานในวันนี้จะต้องทำงานหนักไปทั้งปี

5. สีแดง สีแห่งมงคล

สีแดง ถือว่าเป็นสีมงคลของจีน เป็นสีสว่าง สีแห่งความสุข  ในสมัยก่อนคนจีนนิยมทาสีประตูหน้าต่างบ้านเป็นสีแดง ก่อนวันปีใหม่หรือวันตรุษจีน นอกจากการทำความสะอาดบ้านเรือนครั้งใหญ่แล้ว ยังนิยมทาสีประตูหน้าต่างบ้านใหม่ด้วยสีแดงเพื่อความเป็นสิริมงคล

นอกจากการประดับประดาบ้านเรือน และตกแต่งด้วยข้าวของเครื่องใช้สีแดงแล้ว การใส่เสื้อผ้าสีแดงก็ถือเป็นสิ่งมงคล เชื่อว่าเป็นการขับไล่ปีศาจออกไป นำความสว่างเจิดจ้าและความสุขมาให้ผู้ที่สวมใส่

6. อั่งเปา ของที่ขาดไม่ได้

สิ่งที่เด็กๆ ชอบที่สุดในวันปีใหม่หรือตรุษจีนนี้ เห็นจะไม่พ้นซองสีแดงที่เรียกว่า “อั่งเปา” ในวันขึ้นปีใหม่ผู้ใหญ่โดยเฉพาะคนที่ผ่านการแต่งงานและมีรายได้แล้ว จะใส่เงินเป็นธนบัตรใบใหม่ลงในซองสีแดงที่ว่า แจกจ่ายให้กับเด็กๆ และลูกหลานที่มีอายุต่ำกว่าและยังโสด หรือยังไม่ได้ทำงาน เพื่อเป็นเงินขวัญถุง และเป็นสิริมงคล โดยจำนวนเงินที่ใส่ในซองอั่งเปามักจะเป็นจำนวนตามเลขนำโชคของจีน คือ เลข 8 เช่น ใส่ธนบัตร 8 ใบ หรือใส่เงินจำนวน 800 หรือ 8,000 บาท เป็นต้น

7. เช้าแรกแห่งปี

นอกจากเรื่องของอาหารการกินที่เป็นมงคล และข้อห้ามที่พูดถึงไปแล้ว สิ่งแรกที่พบ บุคคลแรกที่เจอ และคำพูดแรกที่ได้ยินในเช้าแรกของปีใหม่ ถือว่ามีความสำคัญเป็นอย่างมาก ว่ากันว่าจะส่งผลต่อชีวิตตลอดทั้งปี จึงไม่ควรได้ยินหรือได้พบสิ่งที่ไม่ดีและอัปมงคลทั้งหลาย คนจีนโบราณเชื่อว่าการได้ยินนกร้องเพลง หรือเห็นนกสีแดง หรือนกนางแอ่นในเช้าวันแรก ถือเป็นเรื่องน่ายินดี และจะนำมาซึ่งโชคดีตลอดทั้งปี

8. วันตรุษจีนในไทย

คนไทยเชื้อสายจีนอาจจะไม่ได้เฉลิมฉลองกันยาวนานถึง 15 วัน อย่างคนจีนในเมืองจีน แต่มีประเพณีปฏิบัติสำคัญอยู่ 3 วัน คือ วันจ่าย วันไหว้ และวันเที่ยว

วันจ่าย: คือวันก่อนสิ้นปีก่อนถึงวันตรุษ เป็นวันสำหรับการออกไปจับจ่ายซื้อของกินของใช้ เครื่องเซ่นไหว้ต่างๆ ก่อนที่ร้านรวง และผุ้คนจะหยุดทำการ

วันไหว้: เช้ามืดเป็นการไหว้เทพเจ้า ตอนสายเป็นการไหว้บรรพบุรุษ พ่อแม่ญาติพี่น้องที่ล่วงลับเป็นการแสดงความกตัญญูตามคติของคนจีน นอกจากเครื่องไหว้สักการะแล้ว ยังมีการเผากระดาษเงินกระดาษทอง เสื้อผ้าข้าวของกระดาษเพื่ออุทิศให้ผู้ล่วงลับได้นำไปใช้ในภพหน้า ก่อนรับประทานมื้อเที่ยงร่วมกันและแจกอั่งเปา หลังเที่ยงเป็นการไหว้ผีพี่น้องหรือพี่ไม่มีญาติ

วันเที่ยว: วันเที่ยวถือเป็นวันแรกของปีใหม่อย่างเป็นทางการ ในวันนี้จะมีการนำส้มสีทองไปไหว้ญาติผู้ใหญ่ โดยนำส้มไปทั้งหมดสี่ผล ส่วนญาติผู้ใหญ่หรือเจ้าบ้านที่รับไหว้ก็จะเตรียมส้มไว้ เมื่อหยิบส้มสองลูกออกไป ก็จะนำส้มที่เตรียมไว้อีกสองลูกมาใส่แทน ในวันนี้ถือเป็นวันที่ทุกคนจะงดทำภารกิจการงานทั้งปวง เป็นวันสำหรับการออกเยี่ยมเยียนอวยพรญาติผู้ใหญ่ และทำกิจกรรมสันทนาการเพื่อความบันเทิง ซึ่งจะนำมาซึ่งความสุขในตลอดทั้งปี

Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.